| การจะเป็นมืออาชีพในด้านใดด้านหนึ่งนั้นไม่ง่ายเลย เพราะนั่นหมายถึงเราต้องพร้อมที่จะทำสิ่งที่เราควรจะทำ เเม้ในเวลาที่เราอาจจะไม่อยากทำ เช่น เราตั้งเป้าหมายว่าจะสอบ Ielts ให้ได้คะเเนน 7.0+ เเละสัญญากับตัวเองไว้ว่า จะต้องฝึกทำข้อสอบหรือทบทวนวันละ 3-4 ชั่วโมง เป็นเวลา 2 เดือนก่อนสอบ ช่วงเเรกๆเราทำได้ตามที่วางแผนไว้ เเต่พอถึงวันหนึ่ง ที่เรารู้สึกเหนื่อยหรือเบื่อกับการเตรียมตัวสอบ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด จากประสบการณ์ที่สอนนักเรียนเป็นหลายร้อยคน คนที่สามารถทำคะเเนนๆได้ตามที่ตั้งใจไว้หรือมากกว่า คือคนที่ผู้สอนมักจะเรียกว่า "มืออาชีพ" เพราะนักเรียนเหล่านี้มีความมุ่งมั่นเเละความอดทนที่จะทำตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ กลับกัน ผู้สอนได้ผมเจอนักเรียนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีเป้าหมายที่คล้ายๆกัน เเต่สิ่งที่เเตกต่างกันคือ ความมุ่งมั่นเเละ"ใจ" ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่วัดความสำเร็จของคนกลุ่มหนึ่งกับคนอีกกลุ่ม ที่น่าเสียดายก็คือ ความสามารถของคนกลุ่มหลังไม่ได้ด้อยกว่า เเต่กลับมีมากกว่ากลุ่มเเรกเสียด้วยซ้ำ ส่วนตัวคิดว่า เรื่องความเป็นมืออาชีพนั้น ไม่ได้ใช้ได้เฉพาะกับเรื่องการสอบเท่านั้น เเต่ยังใช่ได้กลับทุกๆเรื่องในชีวิต ท้ายที่สุด อยากฝากถึงน้องหรือผู้อ่านทุกๆท่านว่า วิธีคิดของเรา มักจะสะท้อนออกมาในการกระทำเเละผลลัพท์ของการกระทำของเรา เปรียบเหมือนการติดกระดุมเม็ดเเรก ถ้าเราติดกระดุมเม็ดเเรกผิด ที่เหลือก็ผิดไปตามๆกัน |
|
0 Comments
วันนี้มาฝึกภาษาอังกฤษจาก TEDx Talks กันครับ ตอนนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการสร้างความมั่นใจด้วยตัวเอง โดยส่วนตัวผมรู้สึกว่าคนที่ประความสำเร็จในโลกนี้มีอย่างนึงที่เหมือนกันคือ ความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งคนเหล่านี้สร้างความมั่นใจด้วยตัวเอง โดยไม่สนว่าคนอื่นๆจะคิดอย่างไร เเต่ความมั่นใจนี้ต่างกับความเชื่อมั่นเเบบผิดๆ หากเเต่เป็นความมั่นใจที่เกิดจากการทำงานหนัก การฝึกฝน เเละการที่รุ้ว่าตัวเองต้องการอะไร สำหรับคนที่ยังไม่ค่อยคล่อง อนุญาติให้เปิด Subtitles ได้ครับ
พยามฝึกฟังเรื่องที่เราชอบทุกๆวันครับ รับรองว่าถ้าทำทุกวันติดต่อกัน 1 เดือน เราจะตกใจว่าทำไมหูเราสามารถฟังภาษาอังกฤษได้ดีขึ้นมาก วันนี้จะมาพูดเรื่องกับดักของความขยัน นักเรียนหลายคนก่อนมาเรียน โดยปกติเป็นคนขยันมาก ขยันชนิดที่ว่าทำข้อสอบจากหนังสือที่มีอยู่เเทบทุกเล่ม ซึ่งผมก็เห็นด้วยว่าความขยันเป็นสิ่งที่ดี เเต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ถึงเเม้คะเเนนการสอบโดยรวมจะมีการเพิ่มขึ้นอย่างที่ตั้งใจไว้ เเต่พาร์ท Writing คะเเนนกลับอยู่ในช่วง 5 - 5.5 ผมจึงขอดูงานเขียนของนักเรียนเหล่านั้น เเล้วสอบถามเพิ่มเติม จึงพบว่า คนเหล่านี้เเม้ขยันมาก เเต่วิธีการเขียนยังคงเหมือนเดิม ทั้งภาษาเเละเนื้อหา ทำให้ถึงเเม้จะไปสอบอีกหลายๆครั้งคะเเนนก็จะอยู่ในช่วง 5 - 5.5 เพราะทักษะการเขียนเป็นอะไรที่ต้องใช้ความเข้าใจมากกว่าพาร์ทอื่นๆ
สังเกตได้ว่า เด็กไทยกว่า 90% ได้คะเเนนพาร์ทเขียนน้อยที่สุดในบรรดา 4 พาร์ท ซึ่งหลายๆ มหาลัยชั้นนำจะมีการระบุว่าต้องได้พาร์ทเขียนขั้นต่ำ 6.5 - 7 โดยไม่สนใจว่าจะได้พาร์ทอื่นมากเท่าไหร่ก็ตาม ดังนั้นในการที่จะทำคะเเนนพาร์ทเขียนให้ได้ดี ต้องมี 2 สิ่งด้วยกัน 1. วิธีการฝึกฝนที่ถูกต้อง 2. คนที่สามารถ Comment งานเขียนของเราได้ สุดท้ายอยากฝากไว้ว่า ถ้าเราอยากประสบความสำเร็จ เราต้อง Work Smart but Not Hard นั่นหมายความว่า เราต้องทำงานอย่างชาญฉลาด ไม่ใช่ทำงานหนักครับ วันนี้วันศุกร์ มาฝึกภาษาอังกฤษเเบบสบายๆดีกว่าครับ
นี่ตัวอย่างของวิธีคิดที่น่าสนใจมาก หน่องบอกว่า ตอนที่เธอเริ่มต้นธุรกิจคนในครอบครัวของเธอไม่ได้สนับสนุนเเม้เเต่น้อย เเต่หน่องรู้ว่านั่นคือความฝันของเธอ หน่องเลยตัดสินใจที่จะเริ่มทำมันด้วยตัวเอง หน่องไม่รู้อะไรหลายๆเกี่ยวกับการทำธุรกิจ เเละหน่องผิดพลาดมากมาย เเต่หน่องก็ไม่ยอมให้ปัญหาต่างๆมาเป็นอุปสรรคในการทำตามความฝันของตัวเอง โดยส่วนตัว ผมเชื่อมาตลอดว่าสิ่งที่เเยกคนที่ประสบความสำเร็จกับคนที่ล้มเหลว คือ วิธีคิดหรือทัศนคติในการดำเนินชีวิตของเรานั่นเอง เเละหน่องก็ยืนยันความเชื่อนี้ในการพูดครั้งนี้ ลองดูนะครับ เวลาเเค่ 10 นาที อาจจะเปลี่ยนชีวิตเราตลอดกาล สวัสดีครับ แฟนเพจทุกท่าน เป็นยังไงกันบ้างครับ
หวังว่าทุกคนจะสอบได้คะเเนนตามที่ตั้งใจเเละเข้าเรียนต่อมหาลัยที่อยากเข้านะครับ :D ก่อนอื่นจะบอกว่าผมยังไม่ได้หายไปไหนนะครับ เเค่ติดภารกิจส่วนตัวนิดหน่อยครับ เเต่สัญญาว่าจะหาเวลามาอัพเดทcontent ที่เป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวสอบอย่างเเน่นอนครับ วันนี้อยากให้ทุกคนได้ดู Ted Talk อันนี้ครับ เค้าอธิบายว่าทำไมเราควรจะอ่านหนังสือวันละ 1 เล่ม อ่านเเล้วได้อะไร ผมดูเเล้วชอบมากเเละยิ่งอยากอ่านให้ได้อย่างน้อยเดือนละ 4 เล่ม ถ้ายังไม่คล่องก็สามารถเปิด subtitles ได้นะครับ สังเกตุรอบตัวเรานะครับ คนที่ประสบความสำเร็จในโลกมีเพียงเเค่3% สาเหตุที่คนเหล่านี้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เพราะความบังเอิญ เเต่เป็นเพราะคนเหล่านั้นทำบางสิ่งที่เเตกต่างจากคนทั่วไปต่างหาก..."Always Work HARD & SMART" เดี๋ยวจะค่อยๆมาเเชร์ให้ฟังนะครับว่าคนที่ประสบความสำเร็จเค้ามีวิธีคิดหรือMindsetยังไงบ้าง เพราะวิธีคิดเหล่านี้สามารถนำไปใช้ได้ทั้งกับการเตรียมตัวสอบ IELTS และในการทำงานของทุกๆคนครับ สัปดาห์นี้ขอเชิญแฟนเพจทุกคนมาฝึกทักษะภาษาอังกฤษจาก Inspirational Quotes ของคนที่ประสบความสำเร็จกันครับ
ถ้าเราไปถามคนที่ประสบความสำเร็จว่า คุณสมบัติอะไรทำให้เขาประสบความสำเร็จ เเต่ละคนคงมีคำตอบแตกต่างกัน แต่สิ่งที่คนเหล่านี้มีเหมือนกันคือ "ใจที่ไม่เคยยอมแพ้" สิ่งที่น่าตลกของสื่อทั่วโลกคือ เรามักจะเห็นเเต่ภาพที่สวยหรูของคนที่ประสบความสำเร็จ โดยไม่เคยมีโอกาสได้เห็นความมุ่งมั่น ความทุ่มเท ความยากลำบากของคนเหล่านั้นแม้เเต่น้อย จนทำให้เราคิดว่าความสำเร็จเป็นอะไรที่ไม่ต้องใช้ความพยายาม สุดท้ายนี้ ขอให้แฟนเพจทุกคนตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน เเละไปให้ถึงครับ Elon Musk ประสบความสำเร็จไม่ใช่เพราะเค้าไม่เคยล้มเหลว เเต่เป็นเพราะว่าเค้าไม่เคยยอมแพ้ต่างหาก Musk มีประวัติชีวิตที่น่าสนใจมากเลยครับ
ลองเข้าไปดูในลิ้งค์ข้างล่างนะครับ รับรองว่าได้ฝึกทั้งภาษาอังกฤษเเละเเนวคิดดีๆอีกมากมาย http://fundersandfounders.com/how-elon-musk-started/
วันนี้มาพร้อมกับQuotes ของSimon Sinek นักเขียนชื่อดัง เจ้าของผลงาน "Start with Why" เเละ Bon Jovi นักร้องชื่อดังอีกคนหนึ่ง
Simon Sinek เสนอโมเดลง่ายๆ แต่ทรงพลังสำหรับผู้นำนักสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งเริ่มจากหัวใจหลักคือคำถามว่า "ทำไม?" ไซมอนยกแอปเปิล มาร์ติน ลูเธอร์ คิง และพี่น้องตระกูลไรท์เป็นตัวอย่าง และเปรียบเทียบกับกรณี TiVo ซึ่งประสบปัญหาลุ่มๆ ดอนๆ ในการบริหาร (ก่อนหน้าที่จะชนะคดีซึ่งทำให้มูลค่าหุ้นเพิ่มขึ้นสามเท่าในภายหลัง) หลังจากเรียนเรื่องการเป็นสุดยอดผู้นำจาก Simon จบเเล้ว ขอให้ฟังเพลง It's my life จาก Bon Jovi ต่อครับ โดยเฉพาะท่อน It's my life มันคือชีวิตของฉัน It's now or never ทำทุกอย่างตอนนี้หรือไม่ต้องทำอะไรเลย I ain't gonna live forever ฉันไม่ได้มีชีวิตอยู่ตลอดไป I just want to live while I'm alive ฉันเเค่ต้องการใช้ชีวิตให้เต็มที่ในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ (It's my life) มันคือชีวิตของฉัน เป็นอะไรที่ปลุกใจสุดๆ ในวันที่เราลังเลหรือกลัว เพลงนี้บอกว่าเราไม่ได้มีชีวิตอยู่ตลอดไป ดังนั้นอยากทำอะไรก็รีบตัดสินใจครับ My hat off to you(ยกนิ้วให้เลย), Bon Jovi!!! |
