IELTS  ตีเเตก
  • Home
  • Testimonials
  • Daily Tips
  • Tips (Videos)
  • ตีเเตก Courses
  • บริการ SOP
  • เกี่ยวกับผู้สอน
  • Classes
    • The Ultimate IELTS Writing
    • Accelerated IELTS Reading 7.5+
    • The Ultimate IELTS Speaking
    • Accelerated IELTS Listening 7.5+
    • Advanced IELTS 7.5+
    • IELTS Expert 7.5+
    • Business Writing
  • Home
  • Testimonials
  • Daily Tips
  • Tips (Videos)
  • ตีเเตก Courses
  • บริการ SOP
  • เกี่ยวกับผู้สอน
  • Classes
    • The Ultimate IELTS Writing
    • Accelerated IELTS Reading 7.5+
    • The Ultimate IELTS Speaking
    • Accelerated IELTS Listening 7.5+
    • Advanced IELTS 7.5+
    • IELTS Expert 7.5+
    • Business Writing
IELTS  ตีเเตก

IELTS WRITING 7.5+: แจกฟรีเฉลย WRITING TASK 2 BAND 7.5+ CAMBRIDGE 17 TEST 3

8/21/2024

5 Comments

 
Picture
วันนี้เอาอีกหนึ่งตัวอย่างงานเขียน Band 7.5+ ที่ผู้สอนเขียนขึ้นเพื่อใช้สอนคอร์ส Unlimited IELTS 7.0+ มาฝากแฟนเพจเเละนักเรียนท่านอื่นๆ ครับ ซึ่งในครั้งนี้เราจะใช้โจทย์ Task 2 ของ Test 3 Cambridge เล่ม 17 

​การที่เราได้เห็นตัวอย่างงานเขียนที่ดีว่าเป็นอย่างไร มีความสำคัญในการที่เราจะทำคะแนนให้ได้สูงๆ 

ซึ่งงานเขียนที่เอามาให้ดูนั้นตอบโจทย์ทั้งเรื่องภาษาเเละเนื้อหาได้อย่างค่อนข้างสมบูรณ์แบบ

โจทย์
Some children spend hours every day on smartphones.

Why is this the case?
Do you think this is a positive or negative development?


ตัวอย่างคำตอบ Band 7.5+

It is true that the time children spend on their phones has increased. There are various reasons why they do this, and there are both a benefit and a drawback.

There are three main reasons why this trend is becoming more popular. The first contributing factor is that a large number of children read news on social media platforms like Facebook or watch videos on Youtube. Another major reason is that they use chat applications like LINE and Messenger on Facebook on their smartphones to talk to their friends, so they do not feel lonely. Finally, many young children play online games on mobile phones with people from all over the world to relieve stress after school. For instance, my younger brother always plays a game named Candy Crush when he comes home from school.

Furthermore, I believe the fact that children spend a lot of time on their phones has brought about a positive development. The biggest reason is that they can access a wealth of knowledge from all over the world because there are many educational videos on Youtube. In doing so, they will grow up to be more independent and mature since they are taught to rely on themselves. However, there can be negative effects of too much screen time. It is estimated that many children spend about 8 hours per day on their phones and the lack of face-to-face conversations can lead to poor social skills.

In conclusion, more children have spent most of their time on mobile phones and it has been a positive and negative development.

เชื่อว่าแฟนเพจเเละนักเรียนท่านอื่นๆ จะได้ไอเดียในการเขียนให้ได้คะเเนน Writing 7.5+ และสำหรับแฟนเพจท่านไหนที่ชื่นชอบในแนวทางการสอนที่ง่าย เเละมีประสิทธิภาพของเพจสามารถลงทะเบียนเรียนคอร์ส Unlimited IELTS 7.0+ (39 ชม.) 

คอร์สเตรียมความพร้อมจัดเต็ม 4 ทักษะ Writing, Reading, Speaking และ Listening

ผู้สอนมีประสบการณ์ในการสอน IELTS กว่า 12 ปีโดยเฉพาะพาร์ท Writing ในสถาบันภาษาชั้นนำ ทำให้นักเรียนหลายร้อยคน
ได้คะเเนนพาร์ทเขียนเเละอื่นๆ 6.0 - 7.5 Band ในเวลาเพียง 2-3 อาทิตย์ 

พร้อม Personal Coaching 
มีโค้ชให้คำปรึกษาและดูแลตลอดอายุคอร์ส!

เรียนแบบออนไลน์ สามารถดูซ้ำได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งตลอดอายุคอร์ส พร้อมตรวจแก้ Writing 2 Tasks ฟรี!
​
พิเศษ 11999.- ปกติ 17000.- (คอร์ส 1 เดือน 39 ชม.+ Live Class ไม่จำกัด)
พิเศษ 19999.- ปกติ 40000.- (คอร์ส 2 เดือน 69 ชม.+ Live Class ไม่จำกัด)
พิเศษ 29999.- ปกติ 60000.- (คอร์ส 3 เดือน 99+ ชม.+ Live Class ไม่จำกัด)
—————————————————————————--
ติดต่อขอคำปรึกษาเรื่องการสอบ IELTS หรือ สอบถามคอร์สเรียน
กรุณา add Line@: @ieltsteetak (มี @ ด้วยครับ)
​เพียงเเค่คลิกลิ้งค์นี้--> http://line.me/ti/p/%40ieltsteetak หรือ โทร 061 194 4677
—————————————————————————--
ด่วน! รับจำนวนจำกัด
ถ้าเต็มเเล้วจะปิดรับทันที
#ตัวจริงเรื่อง IELTS
#IELTS ตีเเตก
5 Comments

ความเป็นมืออาชีพ...

8/21/2024

0 Comments

 
Picture
การจะเป็นมืออาชีพในด้านใดด้านหนึ่งนั้นไม่ง่ายเลย เพราะนั่นหมายถึงเราต้องพร้อมที่จะทำสิ่งที่เราควรจะทำ เเม้ในเวลาที่เราอาจจะไม่อยากทำ เช่น เราตั้งเป้าหมายว่าจะสอบ Ielts ให้ได้คะเเนน 7.0+ เเละสัญญากับตัวเองไว้ว่า จะต้องฝึกทำข้อสอบหรือทบทวนวันละ 3-4 ชั่วโมง เป็นเวลา 2 เดือนก่อนสอบ ช่วงเเรกๆเราทำได้ตามที่วางแผนไว้ เเต่พอถึงวันหนึ่ง ที่เรารู้สึกเหนื่อยหรือเบื่อกับการเตรียมตัวสอบ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด

จากประสบการณ์ที่สอนนักเรียนเป็นหลายร้อยคน คนที่สามารถทำคะเเนนๆได้ตามที่ตั้งใจไว้หรือมากกว่า คือคนที่ผู้สอนมักจะเรียกว่า "มืออาชีพ" เพราะนักเรียนเหล่านี้มีความมุ่งมั่นเเละความอดทนที่จะทำตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ กลับกัน ผู้สอนได้ผมเจอนักเรียนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีเป้าหมายที่คล้ายๆกัน เเต่สิ่งที่เเตกต่างกันคือ ความมุ่งมั่นเเละ"ใจ" ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่วัดความสำเร็จของคนกลุ่มหนึ่งกับคนอีกกลุ่ม ที่น่าเสียดายก็คือ ความสามารถของคนกลุ่มหลังไม่ได้ด้อยกว่า เเต่กลับมีมากกว่ากลุ่มเเรกเสียด้วยซ้ำ
​

ส่วนตัวคิดว่า เรื่องความเป็นมืออาชีพนั้น ไม่ได้ใช้ได้เฉพาะกับเรื่องการสอบเท่านั้น เเต่ยังใช่ได้กลับทุกๆเรื่องในชีวิต ท้ายที่สุด อยากฝากถึงน้องหรือผู้อ่านทุกๆท่านว่า วิธีคิดของเรา มักจะสะท้อนออกมาในการกระทำเเละผลลัพท์ของการกระทำของเรา เปรียบเหมือนการติดกระดุมเม็ดเเรก ถ้าเราติดกระดุมเม็ดเเรกผิด ที่เหลือก็ผิดไปตามๆกัน
0 Comments

ตัวอย่างการสอบ Speaking Test

8/20/2024

0 Comments

 
การที่เราจะทำคะเเนนพาร์ท Speaking ได้ดี เราจำเป็นต้องเข้าใจเกณฑ์การให้คะเเนน ซึ่งในวิดีโอตัวอย่างอันนี้สามารถทำออกมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว 
ลองฝึกฟังเเละจิตนาการว่าถ้าเป็นเรา เราจะตอบอย่างไรนะครับ
"Practice makes Perfect" So, Keep Practicing!
0 Comments

ทริคการเขียน Writing Task 1 ง่ายๆ ให้ได้คะเเนนสูงๆ

8/16/2024

0 Comments

 
Picture
วันนี้จะมาสอนทริคการเขียน Writing Task 1 ง่ายๆ ให้ได้คะเเนนสูงๆ โดยใช้ระยะเวลาสั้นที่สุดตามคอนเซปของเพจนะครับ ถามว่าทำไมง่าย ก็เพราะว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมาพอนักเรียนหลายท่านเข้าใจเทคนิคนี้
การทำWriting Task 1 ก็จะง่ายขึ้นเยอะเลยครับ

ลองดูจาก Bar Chart ในรูปนะครับ เป็นการพูดถึงความเห็นของนักเรียนกลุ่มหนึงเกี่ยวกับหนังเรื่องหนึ่ง

คำถามคือ ถ้าเราสามารถใช้ได้เเค่หนึ่งประโยคในการอธิบายข้อมูลจาก Chart ให้ได้มากที่สุด เราจะเขียนอธิบายอย่างไร?

ลองฝึกคิดดูก่อนนะครับ อย่าเพิ่งดูเฉลย

ส่วนสาเหตุที่ทำไมต้องเป็นหนึ่งประโยคก็เพราะ Writing Task 1 เราควรเขียนประมาณ 160-170 คำ เพราะถ้าเขียนมากไปกว่านั้น ส่วนใหญ่จะใช้เวลาเกิน 10-15 นาที ซึ่งเป็นมาตรฐานของ Task 1 เเต่ถ้าน้อยกว่านั้นก็จะไม่สามารถทำตามสิ่งที่โจทย์ระบุได้คือ ขั้นต่ำ 150 คำ

คำตอบที่ควรจะเป็นคือ The majority of the students did not like the film หรือ most students did not like the film.

ถามว่าคำตอบพวกนี้ต่างกับการตอบว่า five students liked the film, ten students were ok and fifteen students did not like the film อย่างไร

ง่ายมากครับ เวลาเขียน Writing Task 1 สิ่งที่ผมมักจะย้ำเตือนนักเรียนเสมอๆคือ ให้คิดว่าเรากำลังเขียนให้ผู้บริหารอ่าน ถ้าเราไม่สามารถสรุปใจความที่สำคัญจากกราฟตัวอย่างออกมาได้ การเขียน Task 1 ในข้อสอบจริงจะเป็นปัญหาอย่างมาก เพราะข้อมูลจะมีความซับซ้อนมากกว่าตัวอย่างเยอะมาก และปัญหาใหญ่อีกอย่างก็คือ หลายคนจะบ่นว่าทำ Task 1 ไม่ทัน ในขณะที่ Task 1 นั้นเป็นเหมือนการ 'ซ้อม' ทำข้อสอบ Writing เท่านั้น Part ที่ยากกว่าคือ Task 2

สุดท้ายนี้ครั้งหน้าก่อนจะทำ Writing Task 1 ให้เรานึกถึงทริคที่สอนไปอยู่เสมอๆนะครับ
0 Comments

ฝึก Listening ด้วยตัวเอง

8/13/2024

1 Comment

 
วันนี้สลับมาฝึก Listening โดยเราสามารถฝึกได้เอง ยิ่งเราฝึกฟังเยอะเท่าไหร่ ทักษะการฟังภาษาอังกฤษของเราจะพัฒนาขึ้นเท่านั้น ซึ่งประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของการฟังเยอะๆคือ เราจะมีสำเนียงการพูดเเละการเขียนเหมือนเจ้าของภาษามากขึ้นเรื่อยๆ
ลิ้งค์ข้างล่างเป็น Podcast ซึ่งเราสามารถdownload ใส่มือถือไปฟังได้ทุกที่ ข้อเเตกต่างอีกอย่างหนึ่งของเวบนี้ก็คือ สำเนียงการพูดที่ฟังง่ายเเละtranscript ที่ติดมากับ Podcast ทำให้เราสามารถย้อนดูได้ว่าผู้พูดกำลังพูดอะไรอยู่
https://www.eslpod.com/website/index_new.html
1 Comment

ปัญหาของพาร์ท Writing และวิธีแก้ไข

8/9/2024

0 Comments

 
Picture
ปัญหาของพาร์ท Writing ที่พบบ่อยมากๆ มีอยู่ 2 อย่างด้วยกันครับ

1. ทำ Writing ไม่ทันภายในเวลาที่กำหนด ปัญหานี้พบใน 90% ของนักเรียนที่สอน สาเหตุหลักๆก็มาจากการขาดการฝึกฝนที่ถูกต้องเเละการขาดความเข้าใจพาร์ท Writing ทำให้ไม่รู้ว่าสิ่งไหนต้องเขียนหรือไม่ต้องเขียน

สิ่งต่อมาที่พบก็คือ 2. นักเรียนบางคนถึงเเม้จะทำเสร็จภายในเวลาที่กำหนด เเละเขียนคำครบ เเต่กลับได้คะเเนน Writing น้อยมาก เพราะสิ่งที่เขียนนั้นไม่ตอบคำถามที่ถูกถามมาในโจทย์ นักเรียนหลายคนคิดว่าการเขียนเยอะๆเป็นสิ่งที่ควรทำ เเต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ยิ่งเขียนเยอะ ยิ่งทำไม่ทัน ยิ่งผิดเยอะขึ้น กลับกันสิ่งที่ผมมักจะบอกนักเรียนอยู่เสมอๆ ก็คือ เขียนเท่าที่จำเป็น นั่นหมายถึง ตอบคำถามในโจทย์ให้ครบถ้วน โดยปรกติ ถ้าเราเขียนครบถ้วนเราทักจะเขียนเกินกว่า Minimum Requirement อยู่เเล้ว

สำหรับวิธีเเก้ปัญหา ฝึกฝน ฝึกฝน เเละฝึกฝน (Repeition is the mother of skill) เนื่องจาก Writing นั้นเป็นทักษะ ดังนั้นความเชี่ยวชาญจึงเกิดได้จากการฝึกฝนเพียงอย่างเดียว ไม่มีวิธีลัดใดๆ เเต่การฝึกฝนนั้นต้องเป็นการฝึกฝนที่ถูกต้อง เพราะถ้าเราฝึกเเบบผิดวิธี เราก็จะพัฒนาช้ามากหรือไม่พัฒนาเลย เหมือนที่ Albert Einstein กล่าวไว้ "Insanity is doing the same thing over and over again and expecting different results" การที่เราทำอะไรซ้ำๆ เเละคาดหวังว่าผลลัพท์จะเปลี่ยนแปลง นั่นคือความบ้า
​

ไว้จะค่อยๆมาสอนวิธีฝึกที่ถูกต้องให้นะครับ โปรดติดตาม
0 Comments

วิธีฝึก Writing 7.0 แบบง่ายๆ 

8/9/2024

0 Comments

 
Picture
Picture
จากประสบการณ์ในการสอน Ielts มานานกว่าหลายปี นักเรียนหลายคนจะมีปัญหาเกี่ยวกับ Task Writing มากที่สุด ซึ่งสาเหตุหลักๆน่าจะมาจากคนไทยส่วนใหญ่ไม่ชอบการอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นวิธีเรียนทักษะ Writing ที่ดีที่สุดเเละเป็นธรรมชาติที่สุด เเต่กลับไปเน้นเรียน Grammar ทำให้งานที่เขียนออกมาขาดความเป็นธรรมชาติเเละให้ความรู้สึกที่เเข็งทื่ออย่างมาก

วิธีเเก้นั้นง่ายมากครับ เราก็เเค่อ่านหนังสือภาษาอังกฤษที่เราชอบ อย่างตัวผู้สอนเองเป็นคนที่ชอบเรื่องธุรกิจเเละการลงทุนในหุ้นมาก ก็จะอ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เยอะมากๆ เช่น Like a Virgin: Secrets They Won't Teach You at Business School by Richard Branson เป็นหนังสือที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหาเเรงบันดาลใจในการทำธุรกิจมาก

ข้อดีหลักๆของการอ่านหนังสือภาษาอังกฤษที่เราชอบคือ 1.เราจะไม่เบื่อ ถึงเเม้บางครั้งเราจะไม่เข้าใจเนื้อหาในหนังสือทั้งหมด เเต่เราจะสามารถเดาได้ ทำให้เรามีกำลังใจในการอ่านจนจบ 2.เราจะได้ข้อมูลที่เเม่นยำมาก เพราะหนังสือแปลส่วนใหญ่ ถึงเเม้ผู้เเปลจะมีทักษะทางภาษาที่ดี เเต่ขาดความเข้าใจในสิ่งที่ผู้เขียนต้องการสื่อ ทำให้การแปลคลาดเคลื่อนในหลายๆครั้ง 3.ยิ่งเราอ่านมากเท่าไหร่ เราจะสามารถอ่านได้เร็วขึ้นเรื่อยๆ เเละสมองเราจะค่อยๆซึมซับโครงสร้างภาษาอังกฤษไปเรื่อยๆ จนถึงวันที่เราอ่านมากพอ เราจะสามารถเขียนเเละพูดภาษาอังกฤษได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการเเปลงจากไทยเป็นอังกฤษ ไม่ต้องมานั่งเเปลทีละคำ

ข้อ 3 นั้นตัวผมเองได้ประสบโดยตรง ตอนที่ผมยังเด็กเเละเริ่มเรียนภาษาอังกฤษใหม่นั้นๆ ครูสอนภาษาอังกฤษผมได้พูดว่า "เธอเริ่มเรียนภาษาอังกฤษช้าไป เรียนยังไงก็ไม่มีทางเก่งภาษาอังกฤษได้หรอก" ทั้งที่ตอนนั้นผมเพิ่งจะอายุเเค่ 13-14 
ผมก็ได้เเต่คิดในใจ นอกจากไม่ให้กำลังใจ เเล้วยังทำลายกำลังใจกันอีก ผมเลยเลิกเรียนกับครูคนนั้น เเละตัดสินใจที่จะลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง โดยบังคับให้ตัวเองอ่านหนังสือที่ชอบเดือนละอย่างน้อย 2 เล่มเป็นอย่างน้อย เวลาไม่รู้คำศัพท์อะไรก็พยามเปิดDictionary อังกฤษ-อังกฤษก่อน ถ้าไม่ได้จริงๆค่อยเปิด อังกฤษ-ไทย นอกจากนั้นผมจะมีสมุดเล่มเล็กๆที่จะคอยจดคำศัพท์ที่ไม่รู้เเละกลุ่มคำสวยๆเ พื่อจะเอาไปใช้สำหรับงานเขียนในอนาคต

หลังจากนั้นเวลาผ่านไป 6 เดือนกว่า จากคนที่อ่อนภาษาอังกฤษมากที่สุดของห้อง กลับกลายเป็นคนที่มักจะได้รับคำชมจากอาจารย์ภาษาอังกฤษหลายๆท่านว่า เขียนภาษาอังกฤษได้เหมือนเจ้าของภาษา จะไม่ให้เหมือนได้อย่างไรล่ะครับ ก็ผมเลียนเเบบเจ้าของภาษามานะครับอาจารย์
สุดท้ายอยากจะให้กำลังใจเเฟนเพจทุกท่านว่า ไม่มีใครเเก่เกินเรียนหรอกครับ เเค่เราตั้งใจมากพอ ผมทำได้ทุกท่านก็ทำได้ครับ! สู้ๆครับ
​

พรุ่งนี้จะมาอธิบายถึงปัญหาอื่นๆของการทำ IELTS Writing พร้อมวิธีเเก้​
0 Comments

การใช้ Past Tense กับ Present Perfect 

8/7/2024

0 Comments

 
นักเรียนหลายคนมีปัญหาเรื่องการใช้ Past Tense กับ Present Perfect มาก ทั้งใน Task 1 และ 2 เดี๋ยววันนี้จะมาสอนวิธีการใช้งานง่ายๆให้นะครับ ลองดูตัวอย่าง 2 ประโยคข้างล่างนี้นะครับ

Temperatures worldwide rose from 2000 to 2010.
Temperatures worldwide have risen since 2000.

ประโยคเเรกแปลว่า อุณหภูมิทั่วโลกเพิ่มขึ้นจากปี 2000 จนถึงปี 2010
ประโยคสองแปลว่า อุณหภูมิทั่วโลกเพิ่มขึ้นตั้งเเต่ปี 2000
​

สังเกตุข้อเเตกต่างให้ดีนะครับ การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในประโยคเเรกนั้นเกิดขึ้นเเละจบลง เเต่ในประโยคที่ 2 การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิยังไม่จบ นั่นหมายความว่า Present perfect นั้นใช้อธิบายเหตุการณ์ที่มีผลตั้งเเต่ในอดีต ปัจจุบัน เเละส่งผลต่อไปในอนาคต กลับกัน Past Tense จะใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่จบลงไปเเล้ว
0 Comments

Rise Vs. Raise

8/6/2024

0 Comments

 
สองคำที่คนสับสนกันมากเลย คือคำว่า Rise กับ Raise วันนี้เราจะมาดูความเเตกต่างกันครับ

Rise เป็นได้ทั้ง Verb และ Noun
Rise (Verb) เเปลว่า เพิ่มขึ้น ตัวอย่าง เช่น
The price of BMW rose from 1 million to 3 million last year 
ราคาของรถBMW เพิ่มขึ้นจาก 1 ล้านบาทเป็น 3 ล้านบาทในปีที่เเล้ว

Rise (Noun) เเปลว่า การเพิ่มขึ้น ตัวอย่าง เช่น
There was a rise in the price of BMW from 1 million to 3 million last year
มีการเพิ่มขึ้นของราคารถBMW จาก 1 ล้านบาทเป็น 3 ล้านบาทในปีที่เเล้ว
​

ในทางกลับกัน ถึงเเม้ว่า Raise จะเป็นได้ทั้ง Verb เเละ Noun เเต่การใช้ส่วนใหญ่จะเป็นรูปของ Verb ซึ่งเเปลว่า ทำให้เพิ่มขึ้น ตัวอย่าง เช่น
Hermes raises its prices every year
แบรนด์เเอเมสเพิ่มราคาของสินค้าตัวเองทุกๆปี
0 Comments

ฝึกภาษาอังกฤษจาก TEDx Talks

8/5/2024

0 Comments

 
วันนี้มาฝึกภาษาอังกฤษจาก TEDx Talks กันครับ ตอนนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการสร้างความมั่นใจด้วยตัวเอง โดยส่วนตัวผมรู้สึกว่าคนที่ประความสำเร็จในโลกนี้มีอย่างนึงที่เหมือนกันคือ ความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งคนเหล่านี้สร้างความมั่นใจด้วยตัวเอง โดยไม่สนว่าคนอื่นๆจะคิดอย่างไร เเต่ความมั่นใจนี้ต่างกับความเชื่อมั่นเเบบผิดๆ หากเเต่เป็นความมั่นใจที่เกิดจากการทำงานหนัก การฝึกฝน เเละการที่รุ้ว่าตัวเองต้องการอะไร สำหรับคนที่ยังไม่ค่อยคล่อง อนุญาติให้เปิด Subtitles ได้ครับ 
พยามฝึกฟังเรื่องที่เราชอบทุกๆวันครับ รับรองว่าถ้าทำทุกวันติดต่อกัน 1 เดือน เราจะตกใจว่าทำไมหูเราสามารถฟังภาษาอังกฤษได้ดีขึ้นมาก
0 Comments
<<Previous

    Archives

    October 2024
    September 2024
    August 2024
    July 2024
    June 2024
    May 2024
    April 2024
    March 2024
    January 2024
    October 2023
    September 2023
    August 2023
    July 2023
    June 2023
    May 2023
    April 2023
    March 2023
    February 2023

    Categories

    All
    INSPIRATION
    LISTENING
    READING
    SPEAKING
    WRITING


ติดต่อขอคำปรึกษาเรื่องการสอบ IELTS หรือ สอบถามคอร์สเรียน

Hours

M-S: 9am - 7pm

Telephone

061 194 4677

line id 

 @ieltsteetak (มี @ ด้วยนะครับ)